Logo
14 Dec 2020

mastermind JAPAN : The Master Of Collab




   คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการ Collaboration (Collab) คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่ช่วยขับเคลื่อนวงการสตรีดีไซเนอร์คัลเจอร์ มันคือการร่วมงานที่แต่ละฝ่ายต่างแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ เหมือนเป็นการถ่ายทอดพลังงานบางอย่างลงไปเพื่อสร้างความพิเศษให้กับของต่างๆ ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ถือว่าเป็นปรมาจารย์แห่งการ Collab ก็คงต้องยกให้ mastermind JAPAN แบรนด์ผู้ครอบครองสัญลักษณ์กะโหลก แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่ไม่ว่าจะไปปรากฏตัวอยู่บนอะไรก็มักจะกลายเป็นของที่ไม่ธรรมดา จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วเสมอ ทำไมงาน Collab ของแบรนด์นี้จึงได้รับความนิยมขนาดนั้น เราจะไปหาคำตอบกัน




เบื่องหลังของแบรนด์เสื้อผ้าตรากะโหลกนี้คือ Masaaki Homma (มาซากิ ฮอนม่า) ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในยุคบุกเบิกกระแสสตรีทแวร์ เขาเริ่มต้นจากการทำงานเป็นเซลล์ให้กับร้าน Yohji Yamamoto อยู่ 6 ปีกว่าก่อนที่จะย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการของร้านซีเล็คเต็ด สโตร์แห่งหนึ่งซึ่งจำหน่ายผลงานของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ นั่นทำให้คุณมาซากิรู้จักตลาดแฟชั่นระดับ Hi-End ทะลุปรุโปร่ง และรู้ถึงความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้เป็นอย่างดี เขามีวิสัยทัศน์ทางแฟชั่นที่มาก่อนกาล และมองเห็นว่าสตรีทแวร์มันจะยกระดับเป็น High-Fashion ในอนาคต Homma จึงเริ่มออกมาทำแบรนด์ตัวเองในชื่อ “mastermind JAPAN” ในปี 1997




ชื่อ Mastermind มาจากการที่คุณมาซากิ แกอยากได้คำที่ขึ้นต้นด้วย “M” ตามชื่อ ซึ่งความพิเศษของคำนี้คือมี 2 นัย จะหมายถึง “ผู้ที่มีปัญญาเฉียบแหลม” หรือ “จอมบงการ” ก็ได้ ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์แบรนด์ที่มาซากิอยากทำเป็นเหมือน “หยิน-หยาง" ผสมทั้งด้านดี และด้านมืดเข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับ “กะโหลกไขว้" (skull and crossbones) มันคือสัญลักษณ์แห่ง การปฏิเสธบรรทัดฐาน เป็นตัวแทนความตายในทางศาสนา แต่ในอีกความหมายหนึ่งมันคือตัวแทนของรูปแบบการดำรงอยู่ของวัฏจักร สื่อถึงความจริงที่ว่าความงามนั้นสามารถพบได้ทั้งในชีวิต และความตาย



 

     ในยุคนั้นคำว่า Streetwear กับ High-Fashion แบ่งออกจากกันชัดเจน ซึ่งการเกิดขึ้นของ mastermind JAPAN คือการเปิด Brand Positioning ขึ้นมาใหม่ที่เชื่อมเอาแฟชั่นทั้ง 2 สายเข้าด้วยกัน เกิดเป็นแบรนด์สตรีทแวร์ที่มีความหรูหรา และมีราคาสูงระดับ Hi-End ขึ้นมา เรียกว่าเป็นต้นแบบที่ทำให้เกิดแบรนด์ดังในภายหลังอย่าง OFF-WHITE , Palm Angles , AMIRI ฯลฯ โดยดีไซน์ของ Mastermind Japan จะมาใน Mood and Tone ที่เคร่งขรึม จริงจัง และลึกลับ เน้นโทนสีดำและขาวเป็นหลัก ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก dark minimalist ของ Yohji Yamamoto ผสมผสานกับความดิบเถื่อนของ Sub-culture ต่างๆ อย่าง Biker , Rock N’ Roll , Punk ฯลฯ โดยมาซากิให้ความสำคัญกับดีเทล และวัตถุดิบในการผลิตเป็นอย่างมาก ดูเหมือนเรียบๆ แต่จะมีความซับซ้อนในการผลิตที่ซ่อนอยู่ ว่ากันว่าเสื้อผ้าของ MMJ เป็นแบรนด์สตรีทแวร์แรกๆ ที่ใช้ผ้าแคชเมียร์ ,ผ้าไหม ,Swarovski และผ้า GORE-TEX ในการผลิต นอกจากนี้ยังเน้นงานคราฟต์จากฝีมือการตัดเย็บตำรับญี่ปุ่นซึ่งให้สัมผัสที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก


     แต่ก่อนที่จะเป็นแบรนด์ประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสิ่งที่ MMJ ทำเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วนั้นมันเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ แทบไม่มีใครเชื่อว่าจะมีเสื้อยืดลายหัวกะโหลกราคาเฉียดหมื่นจะขายได้ นั่นทำให้ในคอลเลคชั่นแรกไม่ประสบความสำเร็จเลยคุณมาซากิจึงแก้เกมด้วยกลยุทธ์แบบ “Open Price” คือขาย wholesale

    ให้กับร้านค้าในราคาตายตัวแต่ร้านค้าสามารถจะตั้งราคาขายเท่าไหร่ก็ได้เพื่อลดความเสี่ยงให้กับตัวแทนจำหน่ายต่างๆ แผนการนี้ทำให้ MMJ ได้เข้าไปวางจำหน่ายในห้างร้านชื่อดังอย่าง Isetan, BEAMS, Hankyu และ ZOZOTOWN ตามมาด้วยคำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากร้าน Maxfield LA ในปี 2001 ซึ่งก็ทำให้ MMJ ก้าวสู่ตลาดโลกอย่างเต็มตัว


   จุดเปลี่ยนอีกครั้งของ MMJ เกิดขึ้นราวปี 2002 โดยแบรนด์ได้ยกระดับตัวเองขึ้นให้เป็นมากกว่าการขายเสื้อผ้าแต่เป็นการขายคัลเจอร์ของตัวเองเช่นเดียวกับที่ Luxury Brand การทำงาน Collaboration จึงเริ่มขึ้น โดยเริ่มจากการร่วมงานกับแบรนด์ญี่ปุ่นในระดับเดียวกันอย่าง Visvim , Levi's Fenom , Converse Japan , A Bathing Ape ,Hysteric Glamour , Fragment Design ,Medicom Toy , Head Porter ฯลฯ จากนั้นก็เริ่มบุกแบรนด์ระดับโลกอย่าง Goyard , Bamford Watch Department , Liberty of London ,Casio G-shock ,adidas Originals ,Globe-Trotter ,HUBLOT ,LEE ,Carhartt ,Alpha Industries , Timberland ฯลฯ เรียกว่าอะไรที่เขา collab กัน mastermind Japan ทำมาหมดแล้ว แม้กระทั่งของใหญ่ๆ อย่างรถยนต์ Mercedes-Benz G 55 AMG หรือมอเตอร์ไซค์ YAMAHA MAXAM 06



   สไตล์การ Collab ของ mastermind JAPAN นั้นจะว่าง่ายก็ง่ายเพราะส่วนใหญ่มาในสีดำแบบ All Black แล้วตกแต่งด้วยโลโก้กะโหลก แต่จะว่ายากก็ยากเพราะก่อนที่จะใช้ดีไซน์นี้ได้ แบรนด์ต้องสร้าง Identity ของตัวเองที่แข็งแรงมากๆ ต้องเป็นภาพลักษณ์ที่ผู้คนจดจำได้ การร่วมงานจึงมีน้ำหนักความเป็น mastermind JAPAN มากกว่า ซึ่งการร่วมงานส่วนใหญ่ยังคงเน้นที่ดีเทลตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างไปจนถึงการดัดแปลงดีเทลเฉพาะใส่ลงไป ซึ่งสาเหตุที่ Collab ของ MMJ

 

    ได้รับความนิยมอย่างมากก็ด้วยการดีไซน์ที่คงความเรียบหรูดุดันไม่ต่างจากคอลเลคชั่นหลักแต่มีราคาที่ต่ำกว่ามาก แถมยังมีการผลิตในจำนวนจำกัดอีกด้วย งาน Collab จาก MMJ เลยกลายเป็นอีกไลน์สินค้าหลักได้เช่นกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่ามากๆ เพราะนอกจากแฟนๆ จะได้เสพจิตวิญญาณของ MMJ ได้ง่ายขึ้น ก็ยังได้สินค้าที่อยู่ในระดับสูงสุดของแต่ละแบรนด์ที่มาร่วมงานด้วย





    เดิมทีการผลิตของ mastermind JAPAN จะแบ่งเป็นคอลเลคชั่นเรียงลำดับ 1 2 3 4 ...ซึ่งคุณมาซากิตั้งใจจะทำออกมาทั้งหมด 15 คอลเลคชั่นตามจำนวนตัวอักษรของ mastermind JAPAN พอทำครบก็ปิดแบรนด์ไปเลย ซึ่งเมื่อถึงคอลเลคชั่นที่ 15 ในปี 2013 แบรนด์ mastermind JAPAN ก็ประกาศเลิกทำคอลเลคชั่นทั้งหมดจริงๆ เหลือไว้แต่เพียงการทำ Collaboration ให้แฟนๆ ติดตามอย่างเดียว จนกระทั้งในปี 2015 แบรนด์ mastermind JAPAN ก็ปล่อยคอลเลคชั่นอีก พร้อมทั้งก่อตั้ง “MASTERMIND WORLD” คอลเลคชั่นสำหรับตลาดต่างประเทศขึ้นมาในปี 2017 ซึ่งแน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้การทำ Brand Collab ยังคงเป็นท่าไม้ตายเช่นเคย โดยขยายการร่วมงานในแบรนด์ที่หลากหลายมากขึ้นอย่างเช่น C2H4 ,Mitchell & Ness , Lacoste , Suicoke , New Era ,Gravis ,Greg Lauren ,Dickies ฯลฯ ซึ่งที่พิเศษกว่าคือ Brand Collab ของ mastermind JAPAN เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยมากขึ้นด้วย โดยที่ผ่านมาก็มีหลายงานที่เข้ามาวางจำหน่ายที่ atmos Bangkok ด้วย โดยงานล่าสุดที่เข้ามาจำหน่ายก็คือ “mastermind JAPAN x Eastpak” การร่วมงานกับแบรนด์กระเป๋าสุดคลาสสิก มาในดีไซน์แบบ All Black ที่ตกแต่งด้วยกะโหลกสีดำ และโซ่โลหะสไตล์ Punk-Rock แต่ละรุ่นเข้ามาในจำนวนจำกัดมากๆ ใครไม่อยากพลาดก็เกาะจอรอที่ atmos-bangkok.com และที่ atmos CentralWorld ได้เลย








ATMOS BANGKOK
Opening Hours 10.00 - 22.00
2F : B205 Beacon Zone at CentralWorld
2F : 215 CentralPlaza Lardprao
Bangkok, Thailand
WEBSITE
www.atmos-bangkok.com


ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
 Uncovering the Mystery of mastermind JAPAN โดย hypebeast.com

 Investigating the Past, Present & Future of mastermind JAPAN/WORLD With Masaaki Homma โดย hypebeast.com

 The World According To Mastermind’s Mr Masaaki Homma โดย
mrporter.com
14 Dec 2020
mastermind JAPAN : The Master Of Collab
23 Dec 2020
atmos Bangkok Recap : 2020 Air Jordan 1 High