Logo
30 Oct 2020

เปิดตำนาน 8 รุ่นรองเท้าของค่ายสามแถบ มากกว่าแฟชั่นคือเรื่องของเรื่องราว

ในยุคที่ รองเท้า เป็นมากกว่าเครื่องแต่งกาย เพราะมันเป็นเหมือนปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องสวมออกจากบ้าน และคำว่า แฟชั่น ก็เปรียบเสมือนอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่หล่อหลอมวัยรุ่นหรือผู้ที่หลงรักในการแต่งกายให้คอยเฟ้นหาสิ่งเหล่านี้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ Adidas เขาเป็นมากกว่านั้น


Adidas สามารถสร้างปรากฎการณ์ที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนทำสำเร็จในเมืองไทยมาก่อน นั่นก็คือวัฒนธรรมการแคมป์รองเท้า ที่ต้องไปต่อคิวกันล่วงหน้าถึง 2-3 วัน หรือบางทีก็เป็นเรื่องของดวง ที่ต้องมีการจับฉลาก (Raffle) ขึ้นว่าเราจะได้รองเท้าในฝันมาครอบครองหรือไม่ 


ในบทความนี้ เราจะมาเล่าถึง 8 รุ่นจากรองเท้าของค่ายนี้ ว่ามีรุ่นไหนบ้างที่ได้รับความนิยม  




Adidas Yeezy Series


Yeezy



นอกจากจะเป็น Rapper ชื่อดังแล้ว เขาผู้นี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Fashion Icon ในปัจจุบันที่โด่งดังไปทั่วโลก แทบจะเป็นไปไม่ได้ ที่ไม่มีใครรู้จักชื่อของ Kanye West หนึ่งในนักสร้างแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ โดยแบรนด์หลักที่เค้าถือครองมาโดยตลอดคือ Yeezy นั่นเอง 


โดยเขาได้เริ่มต้นคอลเลคชั่นนี้เมื่อปี 2013 ถึงแม้ว่าพวกเสื้อผ้าจะขายได้ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก แต่รองเท้ากลับเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ Yeezy สร้างชื่อ โดยเฉพาะ Yeezy Boost 350 ที่ไม่ว่าจะวางขายเมื่อไร ก็หมดแทบจะทันทีที่รองเท้าถึงหน้าร้าน


ซึ่งหลังจากการประสบความสำเร็จในครั้งนี้ adidas ก็ทุ่มงบโดยจัดทีมงานการตลาดและทีมออกแบบโดยเฉพาะให้กับไลน์การผลิตภายใต้ชื่อ Yeezy เอง (คล้าย Y-3) 



Kanye West ขณะสวมใส่ Adidas Yeezy


อย่างตัวอย่างบนรูปข้างต้น ก็คือ Kanye West ที่สวมรองเท้าที่เขาได้ออกแบบเอง ปัจจุบันรองเท้าในไลน์การผลิตนี้มีด้วยกันหลายรุ่น เช่น 350, 500, 700 ซึ่งทั้งสามรุ่นนี้ ถือว่าเป็นการสร้างปรากฎการณ์การแคมป์รองเท้าในเมืองไทยมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน  




Adidas Superstar

Superstar


 

รองเท้าลายเท่อย่าง Adidas Superstar ปรากฎสู่สายตาผู้คนเมื่อปลายๆ ปี 1969 และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คนมากขึ้นในปี 1970  ดีไซน์เนอร์รุ่นนี้ออกแบบหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นรูปฝาหอย มีที่รองกันกระแทกทำด้วยยาง เพื่อป้องกันปลายเท้าบาดเจ็บ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักบาส NBA จึงนิยมใส่ลงแข่ง เพราะเวลาแข่งขัน ลูกบาสอาจกระแทกใส่ปลายเท้าได้


ในช่วงหลังยุค 70 เป็นต้นไป กระแสของรองเท้ารุ่นนี้ก็ดรอปลงไปบ้างแต่ไม่ถึงขนาดกับหายไปจากกระแส เพราะรองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬาแบรนด์ต่างๆ ที่มีรูปแบบใหม่ๆ เจ๋ง ๆ และลวดลายเท่ๆ เริ่มทยอยปล่อยของกันมา แต่คนบางกลุ่มที่เป็นทาร์เก็ตของแบรนด์ Adidas ก็ยังจงรักภักดีเป็นรอยัลตี้ต่อแบรนด์เหมือนเดิม จากที่คนในช่วงนั้นยังเห็นคนใส่อยู่บ้างประปรายไม่ว่าจะบนท้องถนน ในเมือง และรอบนอกเมือง


Adidas Run DMC


และแล้วในปี 1986 Run-D.M.C. วงฮิพฮ็อพ แรปเปอร์-อเมริกัน ก็พามันกลับมาฮิตอีกครั้ง เมื่อเขาปล่อยเพลง My Adidas ออกมา โดยเพลงนี้แต่งขึ้นจากความคลั่งไคล้ของพวกเขาที่มีต่อรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้เป็นอย่างมาก และครั้งหนึ่งตอนไปเล่นคอนเสิร์ตที่ Madison Square Garden พวกเขาได้ใส่ Adidas Superstar ขึ้นแสดงแบบไม่ผูกเชือก และบอกกับแฟนๆ ของพวกเขาว่า ให้รักษารองเท้ารุ่นนี้ให้ดี


BLACKPINK ขณะสวมใส่ Adidas Superstar


ความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ทำให้พวกชอบแฟชั่นกับผู้นำเทรนด์นำมาใส่ และภายหลังเมื่อผู้คนพวกนี้นำมาใส่ออกสังคม มันก็มีอิทธิพลต่อทุกสังคมมาก เพราะมันแพร่หลายกระจายไปทุกที่ ทั้งในวงการศิลปิน พวกแร็พเปอร์ แก๊งเด็กบีบอย เด็กวัยรุ่นในไฮสคูล และที่ต้องพูดถึงเลยคือกลุ่มนักกีฬา เพราะพวกเขานิยมใส่ลงแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันป๊อปขนาดไหน คนทุกที่ใส่กันเกือบหมด



Adidas Stansmith


Stan Smith



อีกหนึ่งรองเท้าอมตะ ที่ทุกคนต้องมีติดบ้านไว้อย่างน้อยหนึ่งคู่ ด้วยความที่เป็น Tennis Shoes ดูคลีน สบายตา ทำให้ mix & match ได้อย่างไม่ยาก 


สำหรับประวัติรองเท้า Stan Smith นั้น อาจจะต้องเกริ่นกันนานหน่อย เพราะชื่อรองเท้ารุ่นนี้จริง ๆ แล้วมันเป็นชื่อของนักเทนนิสในตำนานซึ่งจรดปากกาเซ็นสัญญากับ Adidas Originals มาตั้งแต่ปี 1973



Adidas Robert Haillet


ซึ่งความเป็นจริงแล้วตัวรองเท้าผ้าใบ Adidas Stan Smith นั้น พัฒนามาจากรองเท้าผ้าใบเทนนิส ของ Robert Haillet เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของรองเท้ารุ่นนี้ ตัวรองเท้ารุ่นนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นหนังรองเท้าสีขาวที่มีรูด้านข้างที่เจาะไล่เป็นสามแถบสื่อถึงความเป็นอาดิดาส การออกแบบมาเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า บวกกับพื้นยางที่เหมาะกับการเล่นเทนนิส และลายเซ็นของ Haillet ที่อยู่ด้านข้างก็ยิ่งทำให้รองเท้ารุ่นนี้ของอาดิดาส ถูกยกย่องว่าเป็นรองเท้าเทนนิสที่ดีที่สุดในท้องตลาด (ตอนนั้น)



เหล่า Celebrities กำลังสวมใส่ Adidas Stan Smith


ต่อมาก็ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อ Haillet ประกาศอำลาวงการ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทาง Adidas ต้องรีบหาตัวแทนมาสานต่อความเปรี้ยงปร้างของรองเท้ารุ่นนี้ ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากดาวรุ่งในขณะนั้น Stan Smith นั่นเองครับ




Adidas NMD



Nmd [Nomad]


รู้หรือไม่ กว่าจะออกมาเป็นรองเท้า NMD ที่ทุกคนคุ้นชินกันนั้น โมเดลนี้คือการรวมดีไซน์เอกลักษณ์ยอดฮิตของรองเท้า 3 รุ่นเมื่อสมัยปี 1980s ไว้ นั่นก็คือ Micropacer, Rising Star และ Boston Super โดยนำมาเพิ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง Primeknit และเสริมด้วย Boost ก่อให้เกิดเป็นรองเท้าผ้าใบที่สามารถใส่ออกกำลังกายหรือใช้เดินในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องนั่นเองครับ


นอกจากนี้ในส่วนของพื้นรองเท้า ตรงบริเวณชั้นกลางจะมี EVA Plugs โฟมสี่เหลี่ยมที่แปะด้านข้าง 3 จุด ไว้เพิ่มความทนทานให้กับตัวพื้นรองเท้าชั้นนอกสุด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรองเท้า Streetwear ที่ต้องมีไว้ในครอบครอง โดยสีแรกที่ออกมาอย่างสี OG ก็ยอดขายพุ่งถล่มทลาย จนตอนนี้ราคาสูงไปหลายเท่าตัวแล้ว 

 

และอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงถึงความสำเร็จของรองเท้ารุ่นนี้ นั่นก็คือ การที่ได้ Collabs กับแบรนด์ดังต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น A Bathing Ape, Pharrell William หรือแบรนด์ตำนานของแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง Mastermind ไปจนถึงมี Celebrities ชื่อดังต่าง ๆ มากมายสวมใส่ อย่างเช่นนักร้องชื่อดังระดับโลก Justin Timberlake


 


Adidas Originals By Jeremy Scott


Adidas Originals By Jeremy Scott

Jeremy Scott นักออกแบบแฟชั่นระดับไฮเอนด์ร่วมมือกับ adidas ครั้งแรกในปี 2008 เพื่อนำการออกแบบที่โดดเด่นและมีขอบเขตมาสู่รองเท้าและเครื่องแต่งกายของ Adidas หลายปีต่อมาคอลเลกชั่น adidas x Jeremy Scott ยังคงนำเสนอมุมมองและความสวยงามที่แตกต่างให้กับรองเท้า Adidas ด้วยองค์ประกอบการออกแบบที่มีทั้งขนสัตว์ลายสัตว์หนังโลหะลวดลายดอกไม้และสีสันสดใส คอลเลกชันนี้ยังรวมถึงรองเท้าผ้าใบ Teddy Bear และ Wings รวมถึงความร่วมมือกับ A$AP Rocky



Chris Brown ขณะสวมใส่ Adidas Jeremy Scott


Adidas Alphaedge 4D


Alphaedge 4D


4D เป็นพื้นรองเท้าที่มีความยืดหยุ่นสูง น้ำหนักเบา (ถึงแม้จะไม่เบามากเท่าไรก็ตาม) เมื่อการสร้างสรรค์และออกแบบองค์ประกอบรองเท้าแบบ Digital นั้นมีข้อดี คือ ไม่ต้องสร้างแม่พิมพ์ขึ้นมาเพื่อขึ้นรูปแบบเดิม ถือเป็นประหยัดต้นทุนและวัสดุในการผลิต รวมถึงลดขั้นตอนการผลิตรองเท้าลงด้วย เมื่อขั้นตอนการผลิตลดลง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็ลดลงตามไปด้วย


พื้น Midsole โครงสร้างตาข่ายสีเขียวในรูป คือ 4D ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการสังเคราะห์โดยใช้แสงระบบดิจิตอล (Digital Light Synthesis หรือ DLS) ใช้แสง UV และออกซิเจน เจาะผ่านของเหลว (Photosensitive Resin) เข้าไปเพื่อสร้างโครงสร้างตาข่าย และ Print พื้นรองเท้าด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติออกมา


สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้นวัตกรรม 4D คือ การออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใส่เป็นหลัก เพราะทาง adidas ได้รวบรวมข้อมูลผู้ใช้และนักกีฬาจำนวนมาก โดยใช้วิธีการติดอุปกรณ์ Motion Capture ตามตัวเพื่อดูลักษณะการเคลื่อนไหวของเท้า รวมถึงรูปแบบการลงน้ำหนักของเท้า เพื่อออกแบบพื้นรองเท้าให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน  เช่น ถ้าใครลงน้ำหนักที่ส้นเท้าเยอะ ก็ออกแบบให้พื้นรองเท้าตรงนั้นนุ่มกว่าส่วนอื่น เพื่อรองรับน้ำหนัก ซึ่ง 4D เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำถึงขนาดกำหนดแต่ละเซลล์ของพื้นรองเท้าได้ เรียกว่า สามารถออกแบบได้ทุกส่วน แม้จะเป็นขนาดเล็กแค่ไหนก็ตาม ไม่มีอีกแล้วกับคำว่า One Size Fit All



Ultraboost


นี่คืออีกหนึ่งรุ่นรองเท้า ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะการมาถึงของ adidas Ultraboost คือก้าวที่ยิ่งใหญ่ในวิวัฒนาการของ Boost เลยทีเดียว

รองเท้าตระกูล Ultraboost เริ่มออกสู่ตลาดในปี 2015 โดยอาดิดาสได้นำเทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหว ARAMIS ที่นาซาใช้ทดสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างกระสวยอวกาศมาใช้วิเคราะห์การเคลื่อนไหว ARAMIS ช่วยให้ทีมนวัตกรรมของอาดิดาสสามารถดูกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของเท้าขณะวิ่งด้วยความละเอียดที่ลึกมากกว่าระดับไมโครเมตร ซึ่งการการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวนี้คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบอัปเปอร์ไพร์มนิต (Primeknit) ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของรองเท้าตระกูล Ultraboost ในที่สุด นอกจากนี้ยังมีเคจร้อยเชือกผูกรองเท้าที่ออกแบบให้แยกออกจากกัน รวมถึงพื้น Boost แบบเต็มแผ่น รองรับตั้งแต่ปลายเท้าถึงส้นเท้า


Pharrell Williams และ Nigo กำลังสวมใส่ Ultraboost Human Made

และหลังจากผลิต Ultraboost สีพิเศษออกมาจำหน่ายในจำนวนจำกัด (รุ่นสีขาวล้วนและรุ่นสะท้อนแสงที่ Kanye West สวมระหว่างขึ้นทำการแสดงในงานมอบรางวัล Billboard Music Awards เมื่อปี 2015) adidas Ultraboost ก็ได้กลายเป็นรองเท้าวิ่งรุ่นแรกที่ได้รับความนิยมทั้งในโลกกีฬาและโลกแห่งแฟชัน ปัจจุบัน อาดิดาสได้ปล่อยรองเท้าตระกูล Ultraboost รุ่นพิเศษออกมาหลายรุ่น รวมถึง รุ่น Game of Thrones และ Consortium


Adidas ZX Collection



ZX Collection


จากวันแรกจนถึงวันนี้กว่า 35 ปี แล้วที่ซีรี่ส์ ZX ยังคงได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอ หลายคนบอกว่ามันคือรองเท้าคลาสสิคเหนือกาลเวลา ซึ่งที่เป็นแบบนั้นก็เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของมันแทบไม่เปลี่ยนเลย แต่ adidas ZX ไม่เคยถูกมองว่าตกรุ่น และในปัจจุบันถึงขั้นที่ว่าได้กลายเป็นหนึ่งในไอเทมแฟชั่นสายสตรีทไปแล้วด้วยซ้ำ


adidas ZX คู่แรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1984 ภายใต้ชื่อโมเดล ZX 500 ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นรองเท้าราคาสูงในตลาดรีเซลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความโดดเด่นของ ZX คือการเป็นรองเท้า "Retro Meets Modern" ที่รูปลักษณ์ภายนอกคงไว้ซึ่งความสวยงามแบบคลาสสิคตามแบบฉบับรองเท้าวิ่งดั้งเดิมของค่าย 3 แถบ แต่จะมีการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยของแต่ละยุคมาสร้างประสิทธิภาพในการใช้งานให้สูงอยู่เสมอ



Adidas x Sneakernstuff Ultraboost


ช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา เป็นการร่วมมือกันระหว่าง adidas กับ Sneakersnstuff อีกหนึ่งคอมมิวนิตี้สตรีทแวร์ชื่อดังในการนำโมเดลสุดคลาสสิคอย่าง ZX500 นำมาปัดฝุ่นผลิตใหม่อีกครั้ง พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยการใส่เทคโนยีล้ำสมัย 4D ที่ใช้กับรองเท้ารุ่น ZX4000 4D เข้าไปด้วย เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้สวมใส่ให้ดียิ่งขึ้น


Cara Delevingne กำลังสวม ZX Flux



ATMOS BANGKOK

Opening Hours 10.00 - 22.00

2F : B205 Beacon Zone at CentralWorld

2F : 215 CentralPlaza Ladprao

Bangkok, Thailand

WEBSITE


www.atmos-bangkok.com





ข้อมูลบางส่วนได้นำมาจาก
Adidas Thailand

Hypebeast


Highsnobiety

29 Oct 2020
เปิดตำนาน 8 รุ่นรองเท้าของค่ายสามแถบ มากกว่าแฟชั่นคือเรื่องของเรื่องราว
14 Sep 2020
Adidas Consortium อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Atmos Bangkok