Logo
01 Sep 2020

รวมมิตรนวัตกรรมสุดล้ำ ที่ทำให้รองเท้า เป็นมากกว่ารองเท้า

รองเท้าวิ่ง = อีกหนึ่ง element ที่อยู่มาทุกสมัย ไล่มาตั้งแต่ปี 1970s เพราะนอกจากในเรื่องของดีไซน์ความสวยงามแล้ว แน่นอนว่าอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อรองเท้าหนึ่งคู่ก็คือ เทคโนโลยี หรือฟีเจอร์ ที่ช่วยมาเติมเต็มศักยภาพของรองเท้าได้


แล้วอะไรบ้างละที่เป็นปัจจัย?


คำตอบของคำถามนี้ แน่นอนว่า ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก เพราะรองเท้าแต่ละคู่ ก็ล้วนมีการใช้งานก็แตกต่างกันออกไป บ้างก็เพื่อทำความเร็วเป็นหลัก บ้างก็เพื่อบาลานซ์ที่ดี หรือบ้างก็เพื่อการควบคุมที่ทำให้คอนโทรลง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งรองเท้าบาสที่มีส่วนช่วยทำให้กระโดดได้ดียิ่งขึ้น


และในปัจจุบันที่เป็นปี 2020 เราต่างได้เห็นรองเท้าวิวัฒนาการหลากหลายรูปแบบ แต่มีแบรนด์หนึ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เลยทำให้เราอยากหยิบมาเล่ากัน ซึ่งแบรนด์ที่ว่านี้ก็คือ Adidas 



Adidas คืออีกหนึ่งแบรนด์รองเท้าที่อยู่มาในทุกยุค ทุกสมัย ทุกอุตสาหกรรม และในทุกวงจรของแฟชั่น ความน่าสนใจของแบรนด์นี้คือเป็นแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งเลย เรามักจะได้เห็นเขาร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำอื่น ๆ หรือศิลปินต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย (อย่างเช่น Collection ล่าสุดที่ได้ร่วมงานกับ Sean Wotherspoon) และในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง เทคโนโลยีที่ได้สร้างชื่อเสียง ให้กับแบรนด์นี้กันครับ


Boost


ตั้งเเต่การเปิดตัวในปี 2013 เทคโนโลยีรองเท้าที่เข้ามาปฏิวัติวงการกีฬาอย่าง Boost ก็ได้กลายเป็นส่วนประกอบหลักของรองเท้าอาดิดาสจนเราแทบจินตนาการไม่ออกว่าถ้าไม่มี Boost แล้วรองเท้าอาดิดาสจะมีหน้าตาอย่างไร


Boost คือเทคโนโลยีพื้นชั้นกลางที่สามารถส่งคืนพลังได้อย่างแตกต่างจากเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มีการคิดค้นขึ้นก่อนหน้า สามารถเปลี่ยนแรงกระแทกเป็นแรงส่ง เพื่อเติมเต็มพลังให้กับคุณอย่างไม่สิ้นสุดตลอดการวิ่ง และที่สำคัญ ปัจจุบันนี้ Boost ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคอนเซปต์ของเทคโนโลยีนี้ให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม



จากที่เกริ่นไปข้างต้นว่า เทคโนโลยี Boost ถูกนำมาใส่ไว้ในรองเท้าวิ่งอาดิดาสอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 2013 และปัจจุบันก็ได้ผ่านมาเป็นระยะเวลา 8 ปีแล้ว นวัตกรรม Boost ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นไอคอนของรองเท้าวิ่ง และกลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในโลกกีฬาและวัฒนธรรมสตรีทแวร์


นอกจากคุณสมบัติในการคืนพลังแล้ว Boost ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ระหว่างวิ่งของคุณ นั่นก็คือ ความสบาย คุณสมบัติในการรับแรงกระแทกของ Boost จะทำให้คุณรู้สึกราวกับวิ่งอยู่บนกลุ่มก้อนเมฆที่มีความทนทานสูง นอกจากนี้ Boost ยังถูกออกแบบมา ให้ทนต่ออุณหภูมิที่หลากหลาย ทำให้รองเท้าวิ่งที่มาพร้อมเทคโนโลยี Boost สามารถพาคุณวิ่งท่ามกลางสภาพอากาศได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวันลมแรง หิมะตก แดดจ้า หรือฝนโปรยปราย

และยังมีในเรื่องของ ความทนทานและความยืดหยุ่น Boost เป็นเทคโนโลยีที่ให้คุณสามารถวิ่งได้ไกลหลายกิโลเมตรโดยที่ประสิทธิภาพไม่ลดลง และยังมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะพาคุณวิ่งอย่างลื่นไหล ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าวิ่งที่เพซเท่าไร

และนี่คือตัวอย่างรองเท้าที่มาพร้อมกับนวัตกรรมอันแสนโดดเด่นนี้


  1. Ultraboost

  2. ZX Alkyne

  3. NMD

  4. Yeezy 




Torsion System


เทคโนโลยีส่วนกลางเท้า ที่ช่วยให้เท้าส่วนหน้าไปจนถึงส่วนหลัง เคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระและธรรมชาติมากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดข้อเท้าพลิกและการบิดตัวของหน้าเท้า แถมยังมีจุดเด่นคือช่วยในเรื่องน้ำหนักของรองเท้าอีกด้วย (เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1988 จนมาถึงปัจจุบัน) 


ซึ่งปัจจุบันเรามักจะได้เห็นเทคโนโลยีนี้ ไปร่วมกับเทคโนโลยีแบบอื่น ๆ เพื่อความร่วมสมัยมากขึ้น และเป็นการขับประสิทธิภาพของรองเท้าคู่นั้นให้ออกมาได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด



และนี่คือตัวอย่างรองเท้าที่มาพร้อมกับนวัตกรรมอันแสนโดดเด่นนี้ (มักจะพบได้ในรุ่น ZX Collection)


  1. ZX 1000C : 4000 บาท

  2. ZX Torsion : 4700 บาท

  3. ZX Torsion W : ลดราคา 70% เหลือเพียง 1410 บาท

  4. ZX Torsion OG : ลดราคา 70% เหลือเพียง 1410 บาท


ทั้ง 4 รุ่นนี้ สามารถเลือกจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ Atmos ทุกสาขา รวมถึง Online-Store



Recycling Campaign


จากเดิม ถึงแม้วัตถุประสงค์ของรองเท้า จะมีไว้เพื่อเล่นกีฬา หรือเป็นส่วนหนึ่งของวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นก็ตาม แต่ในปัจจุบัน มันได้เป็นมากกว่านั้น เพราะมีส่วนช่วยในการรักษ์โลกและรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 


#รู้หรือไม่ ในการสร้างรองเท้าขึ้นมาหนึ่งคู่ มักจะก่อให้เกิด มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ และส่งผลให้เกิดสภาวะการเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศเสมอมา


โดยในแคมเปญนี้ จะมี 2 เทคโนโลยีหลัก ๆ ที่เราจะพูดถึงกัน นั่นก็คือ Primeblue และ Primegreen


Primeblue


ในทุก ๆ ปี โลกเราพบเจอปัญหาการผลิตพลาสติกมากขึ้นในแต่ละปีถึง 350 ล้านตัน (ซึ่งกว่า 90% ถูกทิ้งลงสู่ทะเล) ทำให้ Adidas มองเห็นตรงจุดนี้ว่า นี่คือสิ่งที่ควรแก้ไข เพราะแบรนด์เชื่อว่า ทุกคนบนโลกย่อมต้องการมีส่วนช่วยที่ทำให้โลกนี้ดีขึ้น แต่ปัญหาต่อมาที่พบเจอคือ สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มักจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าปกติ


ดังนั้นเพื่อยับยั้งไม่ให้ปัญหาเหล่านี้ตกไปสู่ท้องทะเล adidas จึงได้เปลี่ยนมาใช้วัสดุโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลในกระบวนการผลิต โดยที่ยังคงคุณภาพของสินค้าทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการใช้งาน ความสวยงามไว้อย่างครบถ้วน


เมื่อปี 2015 adidas ได้เริ่มต้นด้วยการร่วมมือกับองค์กร Parley ผลิตเสื้อผ้าและรองเท้าที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งเก็บมาจากชายฝั่งและท้องทะเล 



และในปี 2020 จึงได้เกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Primeblue


Primeblue เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่สร้างขึ้นเพื่อต่อยอดความมุ่งมั่นในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมทางทะเล และต่อสู้กับขยะพลาสติกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ มันก็คือเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล 100% คุณภาพสูง ที่ใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิลจาก Parley 50% และจากแหล่งอื่น ๆ อีก 50%




Credit: atmos-tokyo


โดยรองเท้ารุ่นที่เราเห็นกันได้หลัก ๆ ที่อยู่ในโปรเจกต์นี้เลยก็คือ Ultraboost x Parley



Primegreen


ไม่ใช่แค่พลาสติกเท่านั้นที่เป็นปัญหา แต่ยังรวมไปถึงเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (ที่ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า) ต่างก็เป็นปัญหาใหญ่ต่อสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกัน

Adidas เลยได้พัฒนาอีกหนึ่งนวัตกรรมเพื่อลดปัญหามลภาวะนี้ ที่มีชื่อว่า Primegreen



Primegreen คือเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อนำมาทดแทนการใช้ Virgin Polyester 


โดยรองเท้าในโปรเจกต์นี้ เป็นการนำเอาวัสดุต่าง ๆ มาใช้ซ้ำ นำหลายชิ้นส่วนกลับมาทำใหม่ และสามารถย่อยสลายได้เอง โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงไม่มีส่วนผสมของหนังสัตว์เลย (Vegan)


ทุกชิ้นส่วนของรองเท้า ทำจากวัสดุรีไซเคิลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Upper ที่ตัวหนังใช้วัสดุรีไซเคิลถึง 70% และในส่วนของยาง ก็ใช้ชุดพื้นยางจากต้นไม้ผสมกับยางรีไซเคิลอีก 10% เชือกรองเท้า ทำจากวัสดุรีไซเคิลโพลีเอสเตอร์ 100% 


ทั้งสองเทคโนโลยีนี้ คือความตั้งใจที่จะใช้การรีไซเคิลมาเพื่อช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้โลกของเรานั้นดียิ่งขึ้น



ATMOS BANGKOK
Opening Hours 10.00 - 22.00
2F : B205 Beacon Zone at CentralWorld
2F : 215 CentralPlaza Lardprao
Bangkok, Thailand
WEBSITE
www.atmos-bangkok.com


ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก adidas thailand

31 Aug 2020
รวมมิตรนวัตกรรมสุดล้ำ ที่ทำให้รองเท้า เป็นมากกว่ารองเท้า
14 Sep 2020
Adidas Consortium อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Atmos Bangkok