Logo
04 Nov 2020

เปิดความลับ “Animal Print” ดีไซน์สุดคลาสสิกที่ไม่มีวันตาย


ใครที่แวะเข้ามาที่ร้าน atmos ตอนนี้คงต้องสะดุดตากับไอเทมลวดลาย “Animal Print” ที่มีให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะค่ายสามแถบ adidas ที่ตอนนี้แปลงร่างกลายเป็น “เจ้าป่า” ด้วยเสื้อผ้าและรองเท้าที่ดีไซน์ด้วยลายสิงสาราสัตว์ เรียกว่าสร้างจนกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นที่น่าติดตาม แต่เพราะอะไรที่ทำให้ Animal Print ไม่เคยห่างหายไปจากยุคสมัยละ?

 Leonardo DiCaprio The Revenant (2015)


ความลับนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่มนุษย์ค้นพบว่าพวกเราสามารถนำเอาขนสัตว์มาทำเครื่องนุ่งห่มเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ทุกสภาพอากาศ เมื่อร่างกายอบอุ่นก็ทำให้พวกเขาสามารถออกเดินทางย้ายถิ่นฐานได้ไกล และเกิดเป็นชนชาติต่างๆ จากนั้นลวดลายของหนังสัตว์ได้ยกระดับเป็นเครื่องประดับเพื่อความสวยงาม มันกลายเป็นตัวแทนของพลังอำนาจ ความมั่งคั่งและฐานะทางสังคม เมื่อไหร่ที่หนังสัตว์ปกคลุมร่างกายก็เหมือนกับได้ปลุกสัญชาตญาณดิบดั้งเดิมของมนุษย์กลับขึ้นมา


จุดเปลี่ยนสำคัญของลาย Animal Print เริ่มในยุค 60’ s เมื่อ Christian Dior ดีไซน์ไซน์เนอร์ระดับตำนานได้นำผ้าพิมพ์ลาย Leopard มาออกแบบเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้า มันทำให้ลายของหนังสัตว์ก้าวสู่อีกมิติของแฟชั่น เราไม่จำเป็นต้องฆ่าเพื่อใช้หนัง แต่ใช้แพทเทิร์นของลายมาพิมพ์บนผ้า หรือหนังสังเคราะห์ต่างๆ ก็ได้เช่นกัน


ต่อมาในยุค 70’ s เสื้อผ้าลาย Animal Print เริ่มเข้าสู่แฟชั่นบนท้องถนนโดยหนุ่ม-สาวชาว “Punk Rock” พวกเขาจับคู่กับบทเพลงขบถกับลายสัตว์ป่าออกมาเป็น look ที่ดูแสบสันและดิบเถื่อน

 

ยุคนี้เริ่มมีการการนำ Animal Print ไปออกแบบเสื้อผ้าที่หลากหลาย อย่างเช่นเสื้อยีนลายเสือดาว กางเกงลายหนังงู หรือแม้แต่รองเท้ารองเท้าอันเดอร์กราวด์ลายม้าลาย เรียกว่าเป็นลวดลายที่อยู่ในประวัติศาสตร์แฟชั่นและดนตรีของโลกเลย



นั้บตั้งแต่นั้นกระแสของ Animal Print ก็กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของวงการสตรีทแวร์ มันเป็นลวดลายที่ยกระดับเสื้อผ้าสปอร์ตแวร์ให้หรูหรา และสามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ได้ดูเป็นเสื้อผ้ากีฬาจนเกินไป มันสามารถจับคู่ใส่กับเสื้อผ้าอะไรก็ได้ ใส่ได้หลากหลายสไตล์ตั้งตั้งแต่แนวหรูหรา ไปจนถึงพังค์ร็อกที่ดูดิบเถื่อน นอกจากนี้อะไรที่ออกแบบด้วยลาย Animal Print ก็ยังให้ความคลาสสิกที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ปีก็ยังอยู่เหนือกาลเวลาและคงมูลค่าในตัวมันเอง






ในปี 2020 ทั้ง atmos และ adidas ก็สร้างกระแสนี้ให้แรงขึ้นมาอีกครั้งด้วยการหยิบลาย Animal Print มาออกแบบทั้งเสื้อผ้า และสนีกเกอร์มากมาย มีทั้งงานที่ทำร่วมกันอย่างเช่น “G-SNK” ที่ใช้ลายหนังงูเรืองแสงมาออกแบบ หรือ “Crazy Animal Pack” ที่หยิบเอาลายหนังสัตว์ต่างๆ มารวมไว้ในดีไซน์สุดมันอย่างเช่นชุด Tracksuit ที่เอา Animal Print มาใส่ในโลโก้ tail fold ขนาดใหญ่ หรือ adidas Superstar ที่ใช้วัสดุเป็นขน Pony Hair ลายเสือ Leopard นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้า adidas ทั้งของผู้หญิงและผู้ชายอีกเพียบที่ทำออกมาในสไตล์เดียวกัน ซึ่งในไทยสินค้าเหล่านี้ไม่มีที่ไหนมีครบเท่ากับ atmos อีกแล้ว ยิ่งเป็นแบรนด์ adidas แล้วด้วยบอกเลยว่ามา atmos ที่เดียวมีให้เลือกเยอะสุด ครบสุด มาลองเลือกกันได้ทั้งที่ atmos สาขา CentralWorld และ atmos สาขา CentralPlaza Ladprao หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ www.atmos-bangkok.com



ATMOS BANGKOK
Opening Hours 10.00 - 22.00
2F : B205 Beacon Zone at CentralWorld
2F : 215 CentralPlaza Lardprao
Bangkok, Thailand
WEBSITE
www.atmos-bangkok.com

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

 https://www.atmos-bangkok.com/en/product/adidas-skirt/KO16037814281UZ

 https://www.atmos-bangkok.com/en/product/adidas-track-top/CL16037796281RG

https://www.atmos-bangkok.com/en/product/adidas-tee-ss/CH16035153471XO

https://www.atmos-bangkok.com/en/product/adidas-superstar/XB16032753391WZ

https://www.atmos-bangkok.com/en/product/adidas-superstar/XG16003981981TX

https://www.atmos-bangkok.com/en/product/adidas-gid-tee-2/UI15954975691HZ

https://www.atmos-bangkok.com/en/product/adidas-skirt/KO16037814281UZ



04 Nov 2020
เปิดความลับ “Animal Print” ดีไซน์สุดคลาสสิกที่ไม่มีวันตาย
16 Nov 2020
ถอดรหัสเบื้องหลัง YEEZY สนีกเกอร์ที่เต็มไปด้วยไอเดียสุดแหวกแนว
09 Sep 2020
Recycled Technology ปฏิบัติการเปลี่ยนขยะเป็นขุมทรัพย์